ไวรัสโคโรนา : คนไทยติดค้างในอิตาลีร้องกลับประเทศ ส่วนทูตไทยบอกผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ "อย่าวิตกจนเกินไป"

The Palazzo Marino building is seen iluminated with the colours of the Italian flag as the spread of coronavirus disease

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ยอดผู้เสียชีวิตในอิตาลีเกิน 3,400 คนแล้ว
Published

อิตาลีคือศูนย์กลางการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในยุโรป มียอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงต่อเนื่องรวม 3,405 คน ยอดผู้ติดเชื้อเกิน 41,000 คน ณ วันที่ 20 มี.ค.

ข่าวที่เผยแพร่ทางสื่อกระแสหลักและโซเชียลมีเดีย แสดงถึงสภาพวิกฤต จากการที่ทรัพยากรด้านสาธารณสุขไม่เพียงพอรับมือกับโรคโควิด-19 ทำให้อิตาลีประกาศปิดประเทศ

มาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อนักเดินทางรวมทั้งคนไทยที่ไม่ได้เป็นผู้พำนักถาวรในอิตาลีราว 65 คน ที่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเดินทางออกจากอิตาลีได้ แม้รัฐบาลจะมอบหมายให้การบินไทย นำเครื่องบินพาณิชย์ไปรับคนไทยเดินทางกลับในเที่ยวบินสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 มีนาคมแล้วก็ตาม

ตัวแทนสมาคมคนไทยในอิตาลีรวบรวมรายชื่อคนไทยทั้ง 65 คน และส่งตัวแทนเข้าพบอธิบดีกรมการกงสุลเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ได้รับแจ้งว่าให้ประสานงานกับสถานทูตไทยในอิตาลี ซึ่งจนถึงขณะนี้คนไทยกลุ่มดังกล่าวยังไม่ได้เดินทางกลับ

คนไทยในอิตาลีออกแถลงการณ์

ล่าสุดกลุ่มคนไทยในอิตาลี 7 กลุ่ม ออกแถลงการณ์ 2 ฉบับถึงเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโรม ขอให้ประสานกับกองทัพอากาศจัดเครื่องบินไปรับคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศ และขอให้ประสานงานกับสายการบินไทยที่ยังบินจากประเทศใกล้เคียง เช่น จากนครซูริค แวะรับคนกลุ่มนี้กลับประเทศ

ผู้แทนกลุ่มคนไทยในอิตาลีบอกบีบีซีไทยว่าสถานทูตไทยแจ้งว่าผู้ที่ต้องการเดินทางกลับจะต้องปฏิบัติตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยที่กำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์ว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางและมีใบรับรองจากสถานทูต ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ลำบากในสถานการณ์ปัจจุบันที่แพทย์ในอิตาลีมีไม่เพียงพอ

Thai soldiers take the temperatures of arriving passengers at Phuket International Airport

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แม้ยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในไทยจะเพิ่มมากขึ้น แต่ยังมีคนไทยในต่างประเทศจำนวนหนึ่งต้องการเดินทางกลับ

ทูตว่าอย่าวิตก

บีบีซีไทยพยายามติดต่อกับสถานทูตไทยในกรุงโรมทางเบอร์โทรศัพท์ที่เผยแพร่บนหน้าเว็บไซต์ของสถานทูต เพื่อสอบถามเรื่องนี้แต่ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายเชิดชู รักตะบุตร เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี พูดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่าผู้ที่ต้องการเดินทางกลับ ต้องทำตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนและอย่าวิตกกับการระบาดของโรคโควิด-19 มากจนเกินไป

"เชื้อโรคมันไม่ได้มีแขนขา จะกระโดดเกาะคอเราได้ง่าย ๆ ขอให้ทำตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขของอิตาลีอย่างเคร่งครัด ผมเชื่อว่าทุกคนจะปลอดภัย อีกไม่นานหมดโรคภัยครั้งนี้แล้วอิตาลีก็จะกลับเป็นดินแดนที่มีความสุขอีกครั้งหนึ่ง"

ข้อความของเอกอัครราชทูตไทยยังเน้นสื่อถึงคนไทยที่มีครอบครัวอยู่ในอิตาลีโดยเรียกร้องให้คนไทยต่อสู้ไปพร้อมกับครอบครัวคนอิตาลีที่เคยผ่านพ้นทั้งสงครามและโรคระบาดมาแล้ว

"โรคระบาดคราวนี้อีกไม่นานก็หมดนะครับ เราดูในจีนกำลังจะหมดไป เกาหลี ญี่ปุ่นกำลังดีขึ้น อีกไม่นานทางนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมขอเน้นว่าอย่าหวาดวิตก อย่าเสียกำลังใจ สำหรับทีมประเทศไทย ขอให้มั่นใจว่าเราไม่ทิ้งกัน เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"

ทหารฉีดยาฆ่าเชื้อ

ที่มาของภาพ, AFP PHOTO / ROYAL THAI ARMY

คำบรรยายภาพ, กองทัพส่งทหารออกฉีดยาฆ่าเชื้อบนถนนในกรุงเทพฯ

ยอดผู้เสียชีวิตวันเดียว 627 คน

หลังการไลฟ์สดของเอกอัครราชทูตไทยประจำอิตาลีเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทางการอิตาลีรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เฉพาะวันที่ 20 มี.ค. อยู่ที่ 627 คน

ขณะที่ผู้แทนกลุ่มคนไทยในอิตาลีบอกบีบีซีไทยว่ารู้สึกผิดหวังกับท่าทีของสถานทูตไทยที่ไม่เข้าใจปัญหาที่แท้จริง เพราะคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับทั้ง 65 คน ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนไทยที่มีครอบครัวหรือปักหลักใช้ชีวิตในอิตาลีซึ่งมีประมาณ 7,000 คน และไม่ได้ต้องการเดินทางกลับ

"คนที่อยากกลับคือนักท่องเที่ยว นักศึกษา หรือคนที่เดินทางมาเยี่ยมครอบครัว ในจำนวนนี้มีผู้ที่วีซ่ากำลังจะหมดอายุ บางคนเงินกำลังจะหมด ต้องไปแอบนอนในร้านนวดที่อยู่ในโซนแดง (โซนที่มีการระบาดของโรค) ในมิลาน ซึ่งผิดกฎหมาย เวลาจะพูดหรือคุยโทรศัพท์ต้องแอบคุยเบา ๆ ไม่อย่างนั้นคนด้านนอกจะได้ยิน"

A man wearing a face mask (R) stands by the coffin of his mother as a priest reads prayers during a funeral service

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, พิธีศพในอิตาลี

"เราขอใช้สิทธิกลับประเทศไทยในยามวิกฤต เราอยู่ในเหตุการณ์โรคระบาดที่อนามัยโลกประกาศว่าเป็นการระบาดทั่วแล้ว แล้วคนไทยที่ตกค้างในต่างประเทศควรได้สิทธิ ที่ผ่านมามีการนำนักเรียนทุนเอเอฟเอส (มูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ) 83 คนกลับไป และได้รับการต้อนรับอย่างเป็นระบบ เราอยากให้คนไทยกลุ่มนี้ได้รับการคุ้มครองแบบนี้เหมือนกัน"

ขัดรัฐธรรมนูญ ?

ประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนที่กำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์ว่ามีสุขภาพเหมาะสมกับการเดินทางนั้นยังส่งผลต่อคนไทยในสหราชอาณาจักรจำนวนหนึ่งที่ต้องการเดินทางกลับประเทศเช่นกัน และล่าสุดมีผู้เรียกร้องให้ทบทวนมาตรการนี้

นายชีวิน มัลลิกะมาลย์ นักศึกษาปริญญาเอกด้านกฎหมาย อายุ 39 ปี จาก University of Strathclyde เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตว่าประกาศดังกล่าวอาจขัดรัฐธรรมนูญและอาจส่งผลให้มีผู้นำเรื่องไปฟ้องร้องศาลปกครอง

Tower of London

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงลอนดอน รวมทั้งทาวเวอร์ออฟลอนดอนปิดบริการ

"อาจจะมีคนไปฟ้องศาลปกครอง เพราะว่าประกาศนี้มันแปลก ๆ อยู่ว่าใช้อำนาจอะไรในการสั่งการ...รัฐธรรมนูญระบุว่า การห้ามคนไทยกลับประเทศจะทำไม่ได้ ดังนั้นเมื่อประกาศฉบับนี้กำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องมีเอกสารเพื่อเข้าประเทศ จึงไปขัดต่อหลักการในรัฐธรรมนูญนั่นเอง"

นายชีวินเห็นว่าประกาศดังกล่าวออกมาโดยไม่เป็นธรรมเพราะผู้ที่ต้องการเดินทางไม่มีเวลาเตรียมตัวพอในสถานการณ์ที่แพทย์ของรัฐในสหราชอาณาจักรกำลังคร่ำเคร่งกับการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ส่วนการขอใบรับรองแพทย์จากเอกชนก็มีค่าใช้จ่ายราว 2,000 บาท

"แต่คำถาม คือ มันจำเป็นต้องทำแบบนั้นมั้ย เพราะ Fit to Fly แค่ตรวจร่างกายทั่วไป" [ไม่ใช่การตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งผู้ป่วยบางรายไม่แสดงอาการ]

นายชีวินเสนอทางออกให้กับรัฐบาลว่า "ไม่ต้องยกเลิกก็ได้แต่ผ่อนปรนไป 2 อาทิตย์ ให้คนมีเวลาหายใจ บอกสักอาทิตย์หนึ่งหรือ 2 อาทิตยก็ยังดี ไม่ใช่มาบอก 2 วันล่วงหน้าแบบนี้"

"ศูนย์กักดีกว่าใบรัรอง"

นักศึกษาแพทย์ไทยรายหนึ่งในลอนดอนซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่หน้าสถานทูตไทยในกรุงลอนดอนเมื่อ 19 มี.ค. นั้นมาจากการทำงานที่ขาดการประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนภาระไปตกหนักอยู่ที่สถานทูตที่ต้องระดมอาสาสมัครแพทย์ไทยมาช่วยตรวจร่างกาย ขณะเดียวกันจำนวนผู้มารับบริการจำนวนมากก็ตกอยู่ในความเสี่ยงที่ต้องมารับเชื้อจากการยืนริมถนนใกล้ชิดกันมาก

"ประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลต้องมีศูนย์กัก รับคนไทยขึ้นเครื่องมาด้วยกันทีเดียว แล้วกักตัวทีเดียว ไม่ใช่การมาตรวจร่างกาย แม้หมอบอกว่า Fit to Fly ผู้โดยสารคนนั้น ก็อาจมีโควิด-19 แต่ไม่แสดงอาการ แล้วเขาจะไปแพร่เชื้อให้ผู้โดยสารอื่นบนเครื่องได้"