อิสราเอล-เลบานอน หยุดยิง 10 วัน มีเงื่อนไขอะไรในข้อตกลงบ้าง

A person gestures while holding a Hezbollah flag as they ride past a damaged building, after a 10-day ceasefire between Lebanon and Israel went into effect, in the southern suburbs of Beirut, Lebanon, April 17, 2026.

ที่มาของภาพ, Reuters

    • Author, หยาง เทียน
    • Author, เฮเลน ซัลลิแวน
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าผู้นำของอิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงหยุดยิงกันเป็นเวลา 10 วัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ตามเวลาภาคตะวันออกของสหรัฐฯ หรือเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 16 เม.ย.

ในแถลงการณ์ของทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลได้ยิงปะทะด้วยมาตลอดหกสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ในโพสต์ต่อมาบนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล (Truth Social) ทรัมป์เรียกร้องให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง โดยกล่าวว่า "ผมหวังว่ากลุ่มฮิซบอลเลาห์จะปฏิบัติตัวอย่างดีและเหมาะสมในช่วงเวลาสำคัญนี้"

หลังจากการประกาศดังกล่าว ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังเชิญนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ของเลบานอน ไปยังทำเนียบขาวเพื่อเจรจาเพิ่มเติม

เรารู้อะไรแล้วเกี่ยวกับข้อตกลงการหยุดยิงครั้งนี้

ข้อตกลงหยุดยิงอิสราเอล-เลบานอน ระบุว่าอย่างไร

เงื่อนไขของข้อตกลงระบุว่า การหยุดยิงมีระยะเวลา 10 วัน โดยมีโอกาสที่จะ "ขยายเวลาออกไปเมื่อได้รับความเห็นชอบร่วมกัน" หากการเจรจามีความคืบหน้า

รายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงเพิ่มเติมที่เผยแพร่จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีดังนี้

  • อิสราเอลยังคงมี "สิทธิที่จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อป้องกันตนเองได้ทุกเมื่อ ทั้งต่อการโจมตี ทั้งที่วางแผนไว้ ใกล้จะเกิดขึ้น หรือกำลังเกิดขึ้น"
  • เลบานอนต้องดำเนิน "มาตรการที่เป็นรูปธรรม" เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์และ "กลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐที่กระทำการนอกกฎหมาย" อื่น ๆ ดำเนินการโจมตีเป้าหมายของอิสราเอล
  • ผู้ที่เกี่ยวข้องยอมรับว่ากองกำลังรักษาความปลอดภัยของเลบานอนมีหน้าที่รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในด้านความปลอดภัยของเลบานอน
  • อิสราเอลและเลบานอนขอให้สหรัฐฯ อำนวยความสะดวกในการเจรจาโดยตรงต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ "แก้ไขปัญหาที่เหลืออยู่ทั้งหมด"

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า การหยุดยิงเป็น "การแสดงเจตจำนงที่ดี" จากอิสราเอล โดยมีเจตนารมณ์ที่จะเปิดโอกาสให้เกิด "การเจรจาด้วยความสุจริตใจเพื่อบรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงและสันติภาพถาวร" ระหว่างทั้งสองฝ่าย

ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องคิดเห็นอย่างไรกับการหยุดยิง

ผู้นำของอิสราเอลและเลบานอนต่างยินดีกับข้อตกลงหยุดยิง โดยเนทันยาฮูเรียกการหยุดยิงว่าเป็น "โอกาสที่จะสร้างข้อตกลงสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์"

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีนาวาฟ ซาลาม ของเลบานอนกล่าวว่า เขาหวังว่าข้อตกลงนี้จะช่วยให้ผู้ที่พลัดถิ่นจากความขัดแย้งสามารถเดินทางกลับไปยังบ้านของพวกเขาได้

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังส่งสัญญาณว่าเต็มใจที่จะเข้าร่วมในการหยุดยิง แต่กล่าวว่าข้อตกลงต้องรวมถึง "การยุติการโจมตีอย่างครอบคลุม" ทั่วทั้งเลบานอน และ "ห้ามมิให้กองกำลังอิสราเอลมีอิสระในการเคลื่อนไหว"

แม้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน จะฝังรากลึกอยู่ในเลบานอน แต่ก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลเลบานอน

กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านก็ร่วมแสดงความยินดีกับการหยุดยิง โดยโฆษกเอสมาอิล บาเกอี แสดง "ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน" กับเลบานอน โดยทางการกรุงเตหะรานยืนยันว่า การหยุดยิงสองสัปดาห์ของอิหร่านกับสหรัฐฯ ควรจะรวมเลบานอนด้วย ในขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลกล่าวว่าเลบานอนไม่รวมอยู่ในข้อตกลงดังกล่าว

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ชื่นชมบทบาทของสหรัฐฯ ในการอำนวยความสะดวกในการหยุดยิง และเรียกร้องให้ทุกฝ่าย "เคารพอย่างเต็มที่" และ "ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศตลอดเวลา"

ด้านอูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่าข้อตกลงนี้เป็น "ความโล่งใจ" โดยบอกว่ากลุ่มประเทศยุโรปจะยังคง "เรียกร้องการเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของเลบานอนอย่างเต็มที่"

ส่วนคาจา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ชี้ว่าการหยุดยิงจะต้องถูกนำมาใช้เพื่อ "ถอยห่างจากความรุนแรง" และสร้างพื้นที่สำหรับการเจรจาเพื่อ "สันติภาพที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น"

เขตกันชน (buffer zone) ของอิสราเอลคืออะไร

แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู กล่าวว่ากองทัพอิสราเอลจะยังคงรักษา "เขตปลอดภัย" ที่กินพื้นที่ลึกเข้าไปทางตอนใต้ของเลบานอน 10 กิโลเมตร โดยบอกว่า "เราอยู่ที่นั่น และเราจะไม่ไปไหน"

เขาเสริมด้วยว่า "เขตกันชน" (buffer zone) ยังคงจำเป็นต้องมีอยู่เพื่อ "ป้องกันอันตรายจากการรุกราน"

อิสราเอลกลับเข้าไปในเขตเลบานอนตอนใต้อีกครั้งหลังเกิดการโจมตีของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดยสร้างเขตกันชนที่อิสราเอลกล่าวว่ามีความจำเป็นเพื่อปกป้องชุมชนอิสราเอลในตอนเหนือ

ทั้งนี้ในช่วงของการหยุดยิงก่อนหน้านี้ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งยุติความขัดแย้งที่ยาวนาน 13 เดือน ก็ยังเกิดการโจมตีข้ามพรมแดนเกือบทุกวัน

การเจรจาหยุดยิงเป็นไปอย่างไร

อิสราเอลและเลบานอนจัดการเจรจาทางตรงซึ่งเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ที่กรุงวอชิงตันเมื่อต้นสัปดาห์นี้

การเจรจามีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความตึงเครียดของสงครามที่ส่งผลให้เกิดการโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงในบางส่วนของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน และเกิดการสู้รบทางตอนใต้ของเลบานอน

คำแถลงของทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมี "การสนทนาที่ยอดเยี่ยม" กับประธานาธิบดีอูนของเลบานอนและเนทันยาฮู แต่ไม่ได้กล่าวว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการเจรจาหรือไม่

ต่อมาทรัมป์เรียกร้องให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ "ปฏิบัติตัวอย่างดีและเหมาะสมในช่วงเวลาสำคัญนี้" ผ่านทางโซเชียลมีเดีย

ส่วนทางด้านเนทันยาฮู แม้จะยินดีกับการหยุดยิง แต่ก็ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าเขายอมอ่อนข้อเพียงเล็กน้อย

นายกฯ อิสราเอลกล่าวว่า ฮิซบอลเลาะห์ยืนกรานในสองเงื่อนไข ได้แก่ การถอนกำลังทหารอิสราเอลออกจากเลบานอน และหลักการ "ความสงบแลกความสงบ"

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการประกาศหยุดยิงจะทำให้ชาวอิสราเอลประหลาดใจ โดยมีรายงานว่าแม้แต่สมาชิกภายในคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของรัฐบาลเองก็ยังประหลาดใจเช่นกัน

สำนักข่าวอิสราเอลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางรายงานเมื่อคืนวานนี้ว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคง โดยแจ้งล่วงหน้าเพียง 5 นาที ก่อนที่จะมีการประกาศหยุดยิง

ข้อมูลที่รั่วไหลจากการประชุมดังกล่าวระบุว่า รัฐมนตรีไม่ได้รับสิทธิ์ในการลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับการหยุดยิง

การหยุดยิงครั้งนี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับสงครามในอิหร่าน

เมื่อข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านถูกประกาศก็เกิดความสับสนในประเด็นที่ว่า เลบานอนจะอยู่ในข้อตกลงด้วยหรือไม่

เจ้าหน้าที่ทางการปากีสถานซึ่งช่วยเจรจาในการเจรจาและเจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวว่าเลบานอนเกี่ยวข้องด้วย แต่ทางอิสราเอลปฏิเสธว่าการหยุดยิงไม่รวมถึงเลบานอน

ต่อมาแคโรไลน์ ลีวิตต์ เลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชนของทรัมป์ ออกมากล่าวว่าเลบานอนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง

อิสราเอลเริ่มโจมตีเลบานอนเมื่อวันที่ 2 มี.ค. เพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ทำให้ทางการกรุงเตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย และกลุ่มตัวแทนของอิหร่านซึ่งรวมถึงกลุ่มติดอาวุธในเลบานอนก็ร่วมโจมตีด้วย

อิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ยังคงยิงปะทะกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่านายกรัฐมนตรีของเลบานอนจะขอร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดการกระทำดังกล่าวก็ตาม

กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,100 คน และบาดเจ็บอีก 7,000 คน จากการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน ซึ่งไม่ได้แยกตัวเลขระหว่างนักรบและพลเรือน ตัวเลขนี้ยังรวมถึงผู้หญิงอย่างน้อย 260 คน และเด็ก 172 คน

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุด้วยว่าบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิต 91 คน และบาดเจ็บอีก 208 คน ในสงครามครั้งนี้ โดยมีการโจมตีรถพยาบาลและสถานพยาบาลจากอิสราเอลมากกว่า 120 ครั้ง นอกจากนี้การวิเคราะห์ของบีบีซี เวริฟาย (BBC Verify) พบว่าอาคารมากกว่า 1,400 หลังในเลบานอนถูกทำลาย

ในขณะเดียวกัน การโจมตีของฮิซบอลเลาะห์ก็ส่งผลให้พลเรือนในอิสราเอลเสียชีวิต 2 คนในห้วงเวลาเดียวกัน ขณะที่ทหารอิสราเอลเสียชีวิตในการสู้รบในเลบานอนแล้ว 13 นาย ตามรายงานของทางการอิสราเอล

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (16 เม.ย.) กองทัพอิสราเอลได้ทำลายสะพานแห่งสุดท้ายที่เชื่อมภาคใต้กับส่วนอื่น ๆ ของประเทศเลบานอนทำให้ภูมิภาคนี้ถูกตัดขาดยิ่งกว่าเดิม และทำให้ชาวเลบานอนจำนวนมากหวาดกลัวอีกครั้งว่านี่อาจนำไปสู่การยึดครองพื้นที่บางแห่งในระยะยาว